ระบำใต้น้ำ กีฬาที่มีท่วงท่าลีลาสวยงาม

กีฬาในโอลิมปิก : ระบำใต้น้ำ

“ระบำใต้น้ำ” เป็นกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งถูกบรรจุให้เป็นกีฬาของนักกีฬาหญิงในปี 1984 ณ กรุงลอนดอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบำใต้น้ำมีทั้งแบบเดี่ยวและแบบคู่กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่ใช้ท่วงท่าลีลาสวยงาม โดยใช้ทักษะของยิมนาสติก บัลเลต์ สโบเบท และการว่ายน้ำรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากใช้ทักษะเหล่านี้แล้ว ยังต้องมีร่างกายที่แข็งแรงและทนทานอีกด้วยซึ่งในประเทศไทยได้มีการนำเข้ากีฬาระบำใต้น้ำเพื่อใช้ในการแข่งขันอย่างจริงจัง โดยจัดให้มีผู้ฝึกสอนระบำใต้น้ำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอนให้นักกีฬามีความสามารถทัดเทียมกับต่างชาติได้ด้วยเช่นกัน

การแข่งขันกีฬาระบำใต้น้ำ ได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก ด้วยความสวยงามของลีลาการร่ายรำบนผิวน้ำ ซึ่งในการแข่งขันได้แบ่งประเภทออกเป็นสองแบบ คือ การแข่งขันประเภทเดี่ยว จะมีนักกีฬาเพียงคนเดียว ระบำประกอบเพลงตามหลักเกณฑ์ของอายุ หากอายุมากจะใช้เพลงที่มีความยาวมาก และเพลงที่ใช้ประกอบการระบำจะต้องมีแค่ทำนองเท่านั้นห้ามมีเสียงร้องอย่างเด็ดขาด เกณฑ์ในการตัดสินการแข่งขันระบำใต้น้ำประเภทเดี่ยว จะตัดสินจากความสูงของท่าที่ใช้ ดูจากลีลาท่าทางว่าเข้ากับเพลงแค่ไหน และดูจากการเคลื่อนที่รอบสระน้ำ อีกประเภทหนึ่ง คือ ประเภทคู่ จะมีนักกีฬา 2 คน เกณฑ์ในการตัดสินการแข่งขันระบำใต้น้ำประเภทคู่ จะดูจากความพร้อมเพรียงของทั้งคู่ ทั้งมือเเละขาจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน และต้องรักษาระยะห่างให้พอดีกัน เพื่อการสร้างคะแนนนั่นเอง

นอกจากสองประเภทที่กล่าวมาแล้ว ในปัจจุบันได้มีการเพิ่มประเภทอื่นๆ ขึ้นมาอีกด้วย เช่น ประเภททีมจะมีนักกีฬาทั้งหมด 8 คน ในการแข่งขันผู้เล่นจะต้องมีความพร้อมเพียงกันทั้งหมด ถ้ามีคนใดคนหนึ่งทำผิดพลาด แตกต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆ ก็จะโดนตัดคะเเนนทันทีส่วนการแข่งขันประเภท Free Combination จะมีนักกีฬาจำนวน 10 คน เป็นการรวมเอาประเภทที่ 1 กับ ประเภทที่ 3 ไว้ด้วยกันเกณฑ์ในการตัดสินการแข่งขันระบำใต้น้ำประเภททีมและประเภทFree Combination นั้น จะตัดสินจากความพร้อมเพียงเหมือนกับประเภทคู่ เเต่ประเภททีมและประเภทสโบเบท Free Combination จะมีความยากกว่าประเภทคู่ เพราะมีจำนวนนักกีฬาเยอะกว่ามาก หากนักกีฬาเพียงคนเดียวในทีมทำผิดพลาดก็จะโดนตัดคะแนนทันที เรียกได้ว่าจะต้องใช้ความสามัคคีและการฝึกซ้อมมาอย่างดีเลยทีเดียวนะเนี่ย

15 นักกีฬาโอลิมปิกในตำนาน(ตอน2)

8. มัทธีอัส สไตน์เนอร์ (Matthias Steiner)

ตำนานของนักกีฬาโอลิมปิกคนนี้ ถือเป็นตำนานรักที่น่าเศร้าเรื่องหนึ่ง เพราะในวันที่เขาได้รับชัยชนะและขึ้นไปรับเหรียญรางวัล เขาได้นำรูปภรรยาที่เพิ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อปีก่อนขึ้นไปร่วมรับรางวัลด้วย และเพราะด้วยความรักที่เขามีต่อภรรยานี่เองจึงทำให้เขามีแรงฮึดจนได้รับชัยชนะในครั้งนี้ เรื่องราวของเขาจึงเป็นตำนานที่น่าจดจำในประวัติศาสตร์โอลิมปิกเกมส์นั่นเอง

9. ยูเซน โบลท์ (Usain Bolt)

ตำนานของ ยูเซน โบลท์ คือ เขาเป็นนักวิ่งชาวจาเมกาคนแรกที่สามารถทำลายสถิติโลกและสถิติโอลิมปิกในการชนะทั้งการวิ่ง 100 เมตร และวิ่ง 200 เมตร ในปักกิ่งเกมส์ปี 2008 ซึ่งเขาได้ทำลายสถิติเดิมของคาร์ล ลูอิส นักวิ่งชาวอเมริกันที่เคยทำไว้ในกีฬาโอลิมปิกปี 1984 อีกด้วย

10. เคอร์รี่ สตรุจ (Kerri Strug)

สาวน้อย เคอร์รี่ สตรุจ ได้แสดงพลังที่สุดยอดให้ทุกคนได้เห็น โดยขณะที่เริ่มการแข่งขันนั้นเธอมีอาการบาดเจ็บอย่างหนักหลังการแข่งม้ากระโดดในครั้งแรก แต่เธอกลับไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในครั้งนี้ ยังคงกลับเข้ามาเล่นต่อได้อีกครั้งในเวลาต่อมาและทำได้ดีทำได้เพอร์เฟ็คเสียอีกด้วย จนทำให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกากลับมาชนะทีมชาติรัสเซียได้ชนิดที่เหนือความคาดหมาย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโอลิมปิกด้วย

11. เอียสัน แอบรามาชไวลี (Iason Abramashvili)

อาสัน อับรามาชวิลี นักกีฬาสกีผาดโผนทีมชาติจอร์เจีย ได้แสดงการระลึกถึง ลูจจ์ (Luge) เพื่อนร่วมชาติ โนดาร์ คูมาริตาชิวลี่ (Nodar Kumaritashvili) ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างฝึกซ้อมที่สร้างความเศร้าโศกให้กับผู้แข่งขันชาวจอร์เจียทั้งหมดเป็นอย่างมาก โดยพวกเขาสาบานกับเพื่อนที่จากไปว่าจะอุทิศแรงกายในการแข่งขันทั้งหมดเพื่อเป็นการระลึกถึงโนดาร์ ในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2010 ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

12. ไมเคิล เฟลป์ส (Micheal Phelps) 

ไมเคิล เฟลป์ส เป็นนักกีฬาชายคนเดียวที่คว้าเหรียญทองจากกีฬาโอลิมปิกได้ถึง 8 เหรียญ จากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อปี 2008 และยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการว่ายน้ำ โดยคว้าไปทั้งหมด 14 เหรียญทองเลยทีเดียว

13. ไมเคิล จอห์นสัน (Micheal Johnson)

ไมเคิล จอห์นสัน เรียกเขาได้ว่าเป็นเทพเจ้าของการแข่งวิ่งเลยก็ว่าได้ เพราะเขาได้ชนะการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรและ 400 เมตรในกีฬาโอลิมปิกที่แอตแลนต้าเมื่อปี 1996 โดยการวิ่ง 200 เมตรนั้นเขาทำลายสถิติโลก ส่วนวิ่ง 400 เมตรนั้นทำลายสถิติโอลิมปิก ซึ่งกีฬาทั้งสองประเภทนั้นเขาได้นำคู่แข่งอย่างขาดลอยกันไปเลย

14. แมรี่ ลูว์ เร็ตตัน (Mary Lou Retton)

แมรี่ ลูว์ เร็ตตัน เป็นนักกีฬายิมนาสติกจากสหรัฐอเมริกาคนแรกที่คว้าเหรียญทองจากกีฬาประเภทนี้ ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปี แต่แมรี่กลับดูเหมือนเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งเธอนั้นได้เหรียญทองจากยิมนาสติกประเภทบุคคลหญิงในโอลิมปิกปี 1984 โดยเธอได้คะแนนเต็ม 10 จากยิมนาสติกประเภทฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์อีกด้วย

15. วาซิลี่ อเล็กซีเยฟ (Vasily Alexeev)

วาซิลี่ อเล็กซิเยฟ เป็นนักยกน้ำหนักที่มีความเก่งและกล้าหาญมาก เขาชนะคู่แข่งชาวเยอรมัน เกิต บองค์ (Gerd Bonk) ได้อย่างง่ายดาย โดยการคว้าเหรียญทองจากการยกท่าคลีนแอนด์เจิร์กด้วยสถิติ 255 กิโลกรัม

จากบุคคลตัวอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เรียกได้ว่าเป็นนักกีฬาในตำนาน ที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้ชม ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นอาจเป็นแรงบันดาลใจให้นักกีฬาโอลิมปิกรุ่นหลังได้มากมาย ทีมงานผลบอลเชื่อว่าหลังจากนี้ก็จะยังคงมีนักกีฬาที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้อีกมาก จนทำให้ถูกบันทึกไว้กลายเป็นตำนานเป็นประวัติศาสตร์ของการกีฬาโอลิมปิกในครั้งต่อๆ ไปอย่างแน่นอน – เรียบเรียงโดยทีมงานผลบอล

15 นักกีฬาโอลิมปิกในตำนาน(ตอน1)

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้น นอกจากการแข่งขันกีฬาหลากหลายชนิดจะสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมแล้ว ยังมีสิ่งที่สร้างความประทับใจแก่มิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนักกีฬาในรูปแบบต่าง ๆ จนกลายเป็นตำนานให้ผู้คนทั่วโลกมากมายได้ซาบซึ้งกันมาหลายครั้งแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้พบกับเหล่านักกีฬาในตำนานที่น่าชื่นชมในกีฬาโอลิมปิกที่ทำให้คุณมีความสุข ซาบซึ้ง และเศร้า ไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว

1. ปาฏิหาริย์บนลานน้ำแข็ง (Miracle On Ice)

ปาฏิหาริย์บนลานน้ำแข็ง เป็นชื่อเรียกที่ได้รับการกล่าวขานเป็นอย่างมากในโอลิมปิกปี 1980 จากเหตุการณ์ที่เหล่านักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งสมัครเล่น สามารถโค่นเซียนลงมาได้ ด้วยการเฉือนเอาชนะทีมแชมป์โลกที่ไร้เทียมทานอย่างสหภาพโซเวียตในนัดชิงเหรียญทองไปอย่างสุดมัน 4 ต่อ 3 ทำให้เกิดเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ที่น่าเหลือเชื่อ ก็ใครจะไปคิดล่ะว่านักกีฬาสมัครเล่นที่ไร้ประสบการณ์เหล่านี้จะสามารถทำเช่นนี้ได้ ซึ่งพวกเขาเป็นเพียงกลุ่มเด็กมหาวิทยาลัยที่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้นเอง

2. อาเบเบ บิกิล่า (Abebe Bikila)

“อาเบเบ บิกิล่า” นักวิ่งชาวเอธิโอเปีย ผู้ซึ่งแสดงให้คนทั้งโลกเห็นว่าความเชื่อมั่นทำให้ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ ด้วยการแข่งวิ่งมาราธอนระยะไกลด้วยเท้าเปล่าจนชนะการแข่งขันคว้าเหรียญทองมาได้สำเร็จ ในโอลิมปิกปี 1960 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เขาได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็น บุรุษเหล็กอาเบเบ บิกิล่าในประวัติศาสตร์ ซึ่งนับว่าเขาเป็นนักกีฬาผิวสีจากแอฟริกาคนแรกที่ได้เหรียญทองอีกด้วย

3. เดเร็ก เรดมอนด์ (Derek Redmond)

เหตุการณ์ในโอลิมปิกปี 1992 ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน “เดเร็ก เรดมอนด์” ตัวเต็งในการแข่งขันวิ่ง 400 เมตรชาย ได้เกิดอาการกล้ามเนื้อขาฉีกในขณะที่กำลังแข่งในรอบรองชนะเลิศ แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาได้พยายามที่จะวิ่งไปยังเส้นชัยทั้งที่ขาเจ็บจนแทบเดินไม่ไหว สุดท้ายคุณพ่อของเขาได้เข้ามาช่วยพยุงแล้วเดินไปด้วยกัน ก่อนที่คุณพ่อจะปล่อยให้เขาเดินเข้าสู่เส้นชัยด้วยตัวเอง สร้างความซาบซึ้งปนน้ำตาเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมกว่า 6 หมื่นคนเป็นอย่างยิ่ง

4. นาเดีย โคมาเนชี่ (Nadia Comaneci)

นักกีฬายิมนาสติกสาวจากประเทศโรมาเนีย ได้แสดงให้เห็นถึงนิยามการเล่นชนิดที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบในการแข่งขันโอลิมปิกปี 1976 sbo ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา โดยนาเดีย โคมาเนชี่ ได้กวาดเหรียญรางวัลไปทั้งสิ้น 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ซึ่งเธอเป็นที่จดจำจากผู้ชมจากทั่วโลกเมื่อสามารถทำคะแนน 10 เต็มได้เป็นคนแรก จากการแข่งขันอุปกรณ์ประเภทบาร์ รวมไปถึงเป็นนักกีฬาอายุน้อยที่สุดที่ได้เหรียญทองด้วยวัยเพียง 14 ปีอีกด้วย

5. ทีมแข่งขันรถเลื่อนน้ำแข็งจากจาเมกา

ถือเป็นความพยายามอย่างมากสำหรับทีมที่ประเทศมีแต่หาดทรายและแสงแดด แล้วมาเล่นกีฬารถเลื่อนน้ำแข็งเป็นครั้งแรกในโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1988 ที่เมืองแคลการี่ ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา แต่พวกเขาก็มีสปิริตและไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับเหรียญรางวัลใด ๆ เลย แต่ก็ชนะใจคนดูเป็นอย่างมากสำหรับการแข่งขันครั้งแรกของพวกเขา

6. เจสซี่ โอเว่นส์ (Jesse Owens)

“เจสซี่ โอเว่นส์” ชาวผิวสีที่สามารถแสดงให้ทั่วโลกได้เห็นว่าสีผิวไม่เกี่ยวกับความสามารถแต่อย่างใด เมื่อสามารถคว้าเหรียญทองให้กับประเทศสหรัฐอเมริกาได้ถึง 4 เหรียญจากกีฬาวิ่ง 100 เมตร วิ่ง 200 เมตร กระโดดไกล และวิ่ง 4 คูณ 100 เมตร ในกีฬาโอลิมปิกปี 1936 ที่ประเทศเยอรมนี

7. พลังแห่งคนผิวดำ

โอลิมปิกปี 1968 ที่ประเทศเม็กซิโก นั้นมีเหตุการณ์ที่ผู้ใดที่ได้รับชมต้องไม่มีวันลืมเลือนแน่นอน เมื่อขณะที่กำลังมีพิธีเชิญเหรียญรางวัลในกีฬาวิ่ง 200 เมตรชาย ทอมมี่ สมิธ (Tommie Smith)sbo และจอห์น คาร์ลอส (John Carlos) นักกีฬาจากสหรัฐอเมริกาซึ่งได้เหรียญทองและเหรียญทองแดงตามลำดับ ได้เดินมารับเหรียญด้วยเท้าเปล่าและชูมือขึ้นเหนือศีรษะเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเพื่อนพ้องชาวแอฟริกัน-อเมริกันของพวกเขา

เหตุหงส์ชวดแชมป์

หาทีมที่ลงตัว แนวรับจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสมาชิกที่ตายตัว เพื่อความเข้าใจ และสม่ำเสมอ พวกเขาต้องสื่อสารกันตลอดในพื้นที่นี้ แต่ ลิเวอร์พูล กลับหาแดนหลังขาประจำไม่ค่อยได้ด้วยหลายเหตุผล อาทิเพราะอาการบาดเจ็บที่ แดน แอ็กเกอร์, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, เกล็น จอห์นสัน, โฆเซ่ เอ็นริเก้ และ อาลี ซิสโซโก้ ที่ผลัดกันเจ็บ ส่วนเจ้าหนู จอน ฟลานาแกน ก็โดนโยกไปซ้ายบ้าง ขวาบ้างขณะเดียวกัน การซื้อกองหลังเข้ามาใหม่ถึงสี่ราย บวกกับผู้รักษาประตูอีกหนึ่ง ก็อาจต้องใช้เวลาเพื่อจูนให้เข้าใจกันมากกว่านี้ แทงบอล

สไตล์การเล่น ลิเวอร์พูล ยุคนี้เป็นทีมที่น่าชมมากเพราะเน้นเกมรุกอย่างมีสไตล์ ดันกันเข้าไปทั้งแดนกลาง และแนวรุก แม้มันอาจส่งผลให้แนวรับเปราะบางลงก็ตามเป็นที่ถูกอกถูกใจ ‘เดอะ ค็อป’ อย่างยิ่งหลายนัดที่พวกเขาจู่โจมตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีดแรก แล้วได้ประตูนำตั้งแต่ไก่โห่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน ‘หงส์แดง’จะไม่มีแพลนบี หรือทางเลือกอื่นเลยนอกจาก บุก บุก และบุก อย่างในเกมชี้แชมป์กับ เชลซี ที่ แอนฟิลด์ หากลดสปีดลงยื้อเอาหนึ่งแต้ม ก็อาจไม่เป๋ และอาจไม่จบแบบเจ็บๆ เช่นนี้

ไม่สม่ำเสมอ การเป็นแชมป์ลีก ใครก็รู้ว่าความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำมะคัญที่สุด เก็บสามแต้มให้ได้ในทุกสถานการณ์ แม้ในวันเล่นห่วยก็ตาม ซึ่ง ‘หงส์แดง’ ยังขาดคุณสมบัติข้อนี้ เพราะในขณะที่ถูกบันทึกว่าไร้พ่ายในลีกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ทว่าพวกเขากลับทำได้แค่เสมอกับ เวสต์บรอมฯ (ที่ทีมลุ้นแชมป์อื่นๆ ตบนิ่ม)หรือย้อนกลับไปในเดือนธันวาคม พวกเขาก็ทำได้แค่เสมอ แอสตัน วิลล่า และพ่ายให้คู่แข่งแย่งแชมป์ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และเชลซี แถมโดน ฮัลล์ ช็อกอีก แทงบอล

กีฬาโอลิมปิกเยาวชนการแข่งขันเพื่อเยาวชน

กีฬาโอลิมปิกเยาวชน เป็มหกรรมกีฬานานาชาติ ซึ่งมีการจัดการแข่งขันขึ้นครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ โดยจัดขึ้นวันที่ 14 ถึง 26 สิงหาคม ปี 2010 ซึ่งการแข่งขันจัดขึ้นเหมือนกับโอลิมปิกโดยจัดขึ้นทุกๆ 4 ปีเหมือนกันและจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวที่สอดคล้องกับรูปแบบของกีฬาโอลิมปิกในปัจจุบัน ทีเด็ดโอลิมปิกเยาวชนโดยมีข้อจำกัดนักกีฬาที่เข้าแข่งขันจะต้องอยู่ในช่วงอายุ 14 ถึง 18 ปีเท่านั้น โดยแนวคิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเยาวชนเริ่มขึ้นจากแนวคิดมาจาก โยฮัน โรเซนซอพฟ์ จากประเทศออสเตรียเมื่อปี 1998 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 ทางสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ในการประชุมไอโอซี ครั้งที่ 119 ที่กัวเตมาลาซิตี ได้อนุมัติการสถาปนากีฬาโอลิมปิกระดับเยาวชนขึ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายของพื้นที่จัดงานจะออกร่วมกันโดยไอโอซีและเมืองที่เป็นเจ้าภาพ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักกีฬาและโค้ช ทางไอโอซีเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ซึ่งทีเด็ดแนวคิดของ โยฮัน โรเซนซอพฟ์ ในปี 1998 เขาเป็นผู้จัดการอุตสาหกรรมซึ่งสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับโรคอ้วนที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก และมีส่วนร่วมในการเล่นกีฬาของเยาวชนที่ลดน้อยลง กีฬาโอลิมปิกเยาวชนจึงเป็นที่ยอมรับมากขึ้นว่าจะช่วยส่งเสริมให้คนมีส่วนร่วมในกีฬาโอลิมปิก เมืองสิงคโปร์ได้ประกาศการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อนครั้งสถาปนา ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008  วันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 2008 ทางไอโอซีได้ประกาศให้เมืองอินส์บรุค ซึ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว 1964 และ 1976 เข้าเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาวครั้งสถาปนาใน ค.ศ. 2012 ในการแข่งขันโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน 2010 แข่งขันระยะเวลา 12 วัน และโอลิมปิกฤดูหนาวระยะเวลา 10 วัน ทางไอโอซีจะช่วยให้มีนักกีฬาสูงสุด 3,530 คน กับเจ้าหน้าที่ได้รับการรับรองจากไอโอซีอีก 481 คน ได้มีส่วนร่วมในกีฬาฤดูร้อน ในขณะที่ นักกีฬา 970 คน กับเจ้าหน้าที่ 580 คน ต่างได้คาดหวังที่จะเข้าร่วมในกีฬาฤดูหนาว มหกรรมกีฬานี้ยังมีโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและเป็นโอกาสสำหรับผู้เข้าร่วมในการพบปะกับเหล่านักกีฬาโอลิมปิก

สำรวจสนามกีฬาโอลิมปิกในตำนาน

          น้องๆ เคยทราบหรือไม่ว่าสนามกีฬาที่ยิ่งใหญ่ในตำนานที่เคยได้ใช้ในการแข่งขัน โอลิมปิกมาแล้วนั้นมีที่ไหนบ้าง และมีลักษณะการออกแบบที่สวยงามอลังการอย่างไรบ้าง เอาล่ะ…ถ้าใครยังไม่รู้พี่จะพาไปทำความรู้จักกับสนามกีฬาโอลิมปิกกันนะจ้ะ เลิก แทงบอลออนไลน์ แล้วตามพี่มาได้เลยจ้า

สนามกีฬาโอลิมปิก

         สนามกีฬาโอลิมปิก (Olympic Stadium) เป็นสนามกีฬาที่นับว่าเป็นสถานทีที่มีความสำคัญมากสำหรับบรรดานักกีฬาโอลิมปิกทั้งหลาย เพราะเป็นสนามที่ใช้ประกอบพิธีเปิดและปิดในกีฬาโอลิมปิกนั่นเอง และใช้เป็นสนามแข่งขันกีฬาประเภทลู่และลาน ซึ่งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแต่ละครั้งนั้นจะใช้สนามที่ไม่ซ้ำกันเลย คือจะใช้สนามนั้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นสนามกีฬาโอลิมปิกจึงมีจำนวนมากกว่าหนึ่งแห่งในเมืองที่เป็นเจ้าภาพมาแล้วสองครั้งขึ้นไป แต่จะมีเพียงสนามกีฬาโคลิเซียมอนุสรณ์แห่งลอสแอนเจลิส (Los Angeles Memorial Coliseum) แห่งเดียวเท่านั้นที่ใช้เป็นสนามกีฬาหลักถึงสองครั้ง

         ในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่ 30 ที่จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 หรือ ค.ศ. 2012 ไม่ได้มีการจัดพิธีเปิดและปิดที่สนามเวมบลีย์ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ แต่เวมบลีย์ยังคงเป็นสนามแข่งขันฟุตบอลบางนัด และกลายเป็นสนามกีฬาแห่งที่สองที่ใช้แข่งขันในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกถึงสองครั้ง

         กีฬาโอลิมปิก เป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ ซึ่งมีทั้งกีฬาฤดูร้อนและกีฬาฤดูหนาว มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันหลายพันคน และการแข่งขันได้มีการจัดประเภทชนิดของกีฬาไว้หลากหลาย แต่กีฬา แทงบอลออนไลน์ ก็ยังไม่ได้เข้าไปเป็นหนึ่งในการแข่งขันโอลิมปิกด้วย กีฬาโอลิมปิกนั้นถือว่าเป็นกีฬาที่มีความสำคัญที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีประเทศต่างๆ จากทั่วโลกมาเข้าร่วมในการแข่งขันนี้ด้วย โดยจะจัดให้มีขึ้นทุกๆ สองปี พลัดกันระหว่างโอลิมปิกฤดูร้อนกับโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งก็คือสี่ปีนั่นเอง

         ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนารูปแบบการแข่งขันมากขึ้น และจัดให้มีการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาที่มีความพิการทางร่างกายได้เข้าร่วมแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเยาวชนสำหรับนักกีฬาเยาวชนได้มีโอกาสเข้ามร่วมอีกด้วย และรางวัลสำหรับนักกีฬาที่ชนะเลิศเป็นเป็นอันดับที่หนึ่ง อันดับที่สองและอันดับที่สามในแต่ละรายการจะได้รับเหรียญโอลิมปิก คือ เหรียญทอง เหรียญเงินและเหรียญทองแดง ตามลำดับ

เอาล่ะเรามาดูกันว่า สนามกีฬาโอลิมปิกในตำนานนั้นมีสนามกีฬาอะไรบ้าง

1.สนามกีฬาพานาธิไนโก Panathenaic Stadium

2.สนามกีฬาในร่มวินเซนส์ Vincennes Velodrome

3.สนามฟรานซิส

4.สนามกีฬาไวต์ซิตี

5.สนามกีฬาโอลิมปิกอัมสเตอร์ดัม Amsterdam Olympic Stadium

6.สนามกีฬาโอลิมปิกสตอกโฮล์ม Stockholm Olympic Stadium

ข้อมูลอ้างอิงจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี